Recent Posts

  • กันซึมดาดฟ้า

    การใช้กันซึมดาดฟ้า

    ในพื้นผิวที่เป็นปูนอย่างเช่นดาดฟ้าหรือว่าห้องน้ำ นอกเหนือจากการเทปูนแบบธรรมดาแล้ว จะต้องมีการใช้น้ำยากันซึมเข้ามาช่วยด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงมาทำให้ข้าวของเสียหาย อาคารหรือว่าบ้านใดที่มีหลังคาเป็นซีเมนต์โดดๆ ไม่ได้มีหลังคาที่เป็นกระเบื้องคลุม มักจะมีปัญหาของการเกิดน้ำรั่วอยู่เสมอ เพราะเหตุนี้จึงต้องใช้กันซึมดาดฟ้า ป้องกันเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง โดยกันซึมที่นิยมน้ำมาใช้ในการอุดรูรั่วของหลังคาดาดฟ้า ส่วนใหญ่จะเป็นกันซึมที่เป็นน้ำยาผสมกับคอนกรีตเพราะกันซึมลักษณะนี้จะช่วยในเรื่องของการแทรกตัวลงรอยแยกต่างๆ ได้ดี ทำให้อุดรูรั่วของดาดฟ้าได้ผลมากขึ้น แต่ก็อาจจะมีข้อเสียบ้างเช่นกัน ยกตัวอย่างคือบางพื้นผิวไม่สามารถเกาะได้ ถ้าเลือกเอาน้ำยาชนิดนี้ไปใช้กับงานอย่างอื่น แต่ถ้าเอากันซึมดาดฟ้า ผสมปูนและใช้อุดรอบรั่วของดาดฟ้าโดยตรง ก็จะช่วยในการอุดรอยรั่วไปเป็นอย่างดี การจะใช้กันซึมอะไรประเภทไหนกับงานอะไร ผู้ที่ใช้งานจะต้องเข้าใจวิธีการในการเลือกกันซึมแต่ละประเภทก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะเอาไปใช้งานได้ผิดประเภท และการอุดรอบรัวของของพื้นผิว ก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควรนัก แม้แต่การใช้กันซึมที่เป็นน้ำยาผสมกับคอนกรีต หากผสมในอัตราส่วนที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้แบบผิดวิธี การใช้กันซึมก็ไม่ได้ผลเช่นกันเช่นการผสมที่ไม่ลงตัว จะทำให้คอนกรีตไม่สามารถกันน้ำได้ รูรั่วก็จะยังคงรั่วอยู่เหมือนเดิม ข้อควรปฏิบัติในการใช้กันซึมดาดฟ้า คือต้องอ่านวิธีการคำแนะนำก่อนใช้งานให้ครบถ้วน ว่าต้องผสมในอัตราส่วนเท่าไหร่กับการอุดรูรั่วของดาดฟ้า และช่างที่ทำหน้าที่ในการอุดรูรั่วหรือใช้กันซึมนั้น จะต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์โดยตรงในการทำงานลักษณะนี้ เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะอัตราส่วนในการผสม เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร หากคอนกรีตมีลักษะที่แตกต่างกัน หรือพื้นผิวคอนกรีตต่างกัน ความหนาไม่เท่ากัน การใช้กันซึมก็ต้องใช้ในอัตราส่วนแตกต่างกันด้วย แม้แต่การใช้น้ำยากันซึมที่มากเกินไป ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ตามมาอีก นั่นก็คือจะทำให้พื้นผิวบริเวณส่วนนั้นไม่แข็งตัวนั่นเอง และทำให้พื้นผิวมีปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม การซ่อมด้วยกันซึมก็อาจจะไม่ได้ผลแล้ว อาจจะต้องใช้กันซึมแบบใหม่เข้ามาแทน หรือซ่อมแซมใหญ่ไปเลยเพื่อป้องกันปัญหา ถ้ายังใช้วิธีเดิมอยู่ ก็อาจจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำยากันซึมดาดฟ้า ไปเสียเปล่าๆ เพรพาะเหตุนี้ จึงจำเป็นจะต้องหาช่างที่มีประสบการณ์ในการซ่อมหลังคาดาดฟ้าโดยตรงเท่านั้น จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด […]

    Read More
  • แยกขยะก่อนทิ้ง

    แยกขยะก่อนทิ้ง ลดมลภาวะ รักษ์เรารักษ์โลก

    ขยะในบ้านเรือนของเรามีหลายประเภทมาก และหลายบ้านก็คงไม่ได้แยกขยะก่อนทิ้งด้วย เพราะว่าเรามักทิ้งขยะรวมกันแล้วมัดเป็นถุงเดียววางไว้หน้าบ้าน กรณีที่มีรถขยะมาเก็บ แต่บางบ้านก็นำไปทิ้งบริเวณถังขยะเลย และการที่เราไม่ได้แยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ในบางครั้งหน่วยงานที่จัดการขยะไม่สามารถคัดแยกขยะ หรือไม่สามารถนำขยะไปรีไซเคิลหรือทำลายขยะอันตรายได้ และวันนี้เราจะพาไปรู้จักวิธีการแยกขยะกัน เพื่อทำให้คุณนั้นได้มีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้             ก่อนอื่นเราจะต้องไปทำความรู้จักกับประเภทของขยะก่อน เพื่อให้คุณเข้าใจถึงประเภทและทำการแยกขยะได้อย่างถูกต้อง สำหรับขยะมูลฝอยในประเทศของเราแบ่งเป็น  4 ประเภทใหญ่ๆ คือ             ขยะอินทรีย์ เป็นขยะที่สามารถย่อยสลายหรือเน่าเสียได้ อย่างเช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า ขยะประเภทนี้เรามักนำไปทำเป็นน้ำหมักจุลินทรีย์ ปุ๋ยต่างๆ โดยสามารถนำไปใช้ในการบำรุงดินหรือต้นไม้ได้ด้วย โดยถังขยะที่เราจะใช้ทิ้งเหล่านี้ คือ ถังขยะสีเขียวที่มีลักษณะสามเหลี่ยมและจะมีรูก้างปลาและเศษอาหารอยู่ตรงกลางถัง             ขยะรีไซเคิล เป็นขยะที่สามารถนำแปรรูปและนำไปใช้ประโยชน์ใหม่ได้อีกครั้ง ขยะเหล่านี้ คือ แก้ว พลาสติก กระดาษ กระป๋อง ลัง โลหะ และเราสามารถนำขยะไปขายเป็นของเก่าได้ หรือนำไปส่งต่อตามสถานที่ต่างๆที่เขาต้องการ ส่วนถังขยะที่รองรับคือ ขยะสีเหลืองที่มีสัญลักษณ์เป็นลูกศรหมุนวนเป็นทรงสามเหลี่ยม             ขยะอันตรายหรือขยะที่มีสารพิษ อย่างเช่น หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย กระป่องสเปรย์ โดยเราอาจดูเครื่องหมายเตือนที่ฉลากก็ได้ เราจึงต้องนำขยะไปจัดการอย่างถูกต้องและปลอดภัย […]

    Read More
  • ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษ

    ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษในอากาศได้อย่างไร

    ตอนที่เรายังเด็ก เรามักได้ยินว่าเราไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอนของเรา เพราะว่าต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน ทำให้เรารู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่ออก เราเองก็เข้าใจมาอย่างนั้น จึงได้แต่ปลูกต้นไม้ไว้นอกห้องนอนหรือนอกบ้าน แต่ความคิดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเมื่อไม่นานมานี้นาซ่า ได้ทำการวิจัยและค้นพบว่า ต้นไม้บางชนิดก็ช่วยดูดซับสารพิษได้ และไทยเองก็มีต้นไม้หลายชนิดที่มีลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า ต้นไม้เหล่านี้ช่วยดูดสารพิษในอากาศได้อย่างไร             ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษในส่วนของการคายน้ำออกทางปากใบ ต้นไม้ที่ฟอกอากาศนี้จะมีการคายน้ำออกมาทางใบมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่นๆ  ทำให้อุณหภูมิบนผิวใบไม้แตกต่างกับอากาศข้างนอกส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ ทำให้สารพิษไหลไปยังรากพืชที่มีจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นตัวย่อยสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืชต่อไป นอกจากการคายน้ำทางใบแล้ว ยังมีการดูดสารพิษผ่านการดูดน้ำจากรากด้วย เมื่อน้ำซึมลงไปยังรากของต้นไม้แล้ว น้ำก็จะถูกดูดซึมไปใช้ในส่วนต่าง และในกระบวนการนี้อากาศจะมีทั้งออกซิเจน ไนโตรเจน และสารพิษก็จะถูกดึงสู่ดิน และจุลินทรีย์นั้นจะเปลี่ยนสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืชต่อไป และแบบสุดท้ายคือ การดูดสารพิษผ่านการดูดอากาศ และต้นไม้เองก็ดูดสารพิษในอากาศเข้าทางปากใบ ส่งไปยังราก และลงดิน จุลินทรีย์ในดินก็จะช่วยย่อยสลายสารพิษนั้นด้วย และต้นไม้ไม่ได้แค่ช่วยดูดซับสารคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่ยังช่วยดูดสารปนเปื้อนต่างๆได้ด้วย เช่น สารแอมโมเนีย เบนซิน  แอลกอฮอล์ เป็นต้น             ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษที่คนไทยนิยมปลูกกัน คือ วาสนาอธิฐาน เศรษฐีเรือนใน เศรษฐีเรือนแก้ว สาวน้อยประแป้ง ว่านหางจระเข้ เฟิร์นบอสตัน  เป็นต้น ซึ่งความจริงแล้วยังมีอีกหลายชนิดมากๆ คุณสามารถศึกษารายละเอียดด้วยตัวคุณเองได้เลย             กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้จะมีประสิทธิภาพได้นั้น คุณจะจะต้องอาศัยแสงแดดด้วย […]

    Read More
  • ภาวะโลกร้อน

    ภาวะโลกร้อนคืออะไร

    ตอนนี้โลกของเรากำลังผจญกับภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้อุณหภูมิทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศทั่วโลก ดูอย่างประเทศไทยของเราที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นทุกปีทำให้เกิดความแห้งแล้ง ส่งผลต่อการทำเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย และในวันนี้เราจะมาพุดถึงเรื่องของภาวะโลกร้อนกันว่ามันคืออะไร ภาวะโลกร้อน หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมของมนุษย์ที่กระทำนั้นเป็นการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงและการตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น โดยหลายคนอาจสงสัยว่าก๊าซเรือนกระจกประกอบด้วยอะไรบ้างและมีที่มาจากไหน สำหรับก๊าซเรือนกระจก มีก๊าซสำคัญอยู่3 ชนิด คือ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงต่างๆ ก๊าซมีเทน  เกิดจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต เช่น ในนาข้าว และก๊าซชนิดสุดท้าย คือ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ มาจากอุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริกในกระบวนการผลิต รวมทั้งปุ๋ยไนโตรเจนในการเกษตรกรรม เมื่อก๊าซเรือนกระจกรวมตัวกันมากขึ้น ก็ทำให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ทำให้รังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ผ่านมายังผิวโลกได้ และจะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวที่โลกคายออกมาไม่ให้หลุดออกนอกบรรยากาศ  เหมือนกับมีผ้าห่มขนาดใหญ่คลุมโลกเอาไว้ เมื่อรับรังสีคลื่นสั้นเข้ามาและรังสีคลื่นยาวไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ ทำให้โลกร้อนขึ้นและเกิดก๊าซเรือนกระจก สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศไทย ในช่วงเวลา 40 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2524-2561 อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนก็ไม่ต่างกันมากด้วย เพราะว่าอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดมีความใกล้เคียงกั่นมาก ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียสนั่นเอง และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าประเทศของเราเองกำลังผจญกับภาวะโลกร้อนอยู่เหมือนกัน เราควรช่วยกันหาทางแก้ไข เพื่อลดปัญหาในการเกิดภาวะโลกร้อนให้ลดลงได้ […]

    Read More